การกำกับดูแลกิจการ

 

การกำกับดูแลกิจการ

 

  1. นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

 

บริษัทฯ ได้นำหลักปฏิบัติส่วนใหญ่ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน (CG Code) ปี 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มาปรับใช้เท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุนและผู้เกี่ยวข้องมีความเชื่อมั่นในมาตรฐานการบริหารงาน โดยบริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) เพื่อช่วยดูแลและตรวจสอบรายงานทางการเงิน ระบบควบคุมภายใน และระบบการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) ให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ ค่านิยมองค์กร และนโยบายที่กำหนด โดยอาศัยหน่วยงานตรวจสอบภายในเป็นกลไกในการดำเนินงานดังกล่าว รวมทั้งได้ประกาศใช้บทบัญญัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณการดำเนินการธุรกิจ (Code of Conduct) และนโยบายต่อต้านการทุจริต (Anti-Corruption Policy) เพื่อเป็นแนวปฏิบัติภายในองค์กรสำหรับผู้บริหารและพนักงาน บริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน (Nomination and Remuneration Committee) ขึ้นเพื่อดูแลขั้นตอนการสรรหากรรมการ และเสนอแนวทางและวิธีการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดต่างๆที่คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้ง รวมถึงผู้บริหารระดับสูง อีกทั้งเพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหาร (Executive Committee) โดยให้มีหน้าที่ดูแลแผนกลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัทฯ ก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการบริษัท นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) เพื่อบริหารความเสี่ยงขององค์กรที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการความมั่นคงทางการเงิน สิ่งแวดล้อมและชุมชน และชื่อเสียง ให้อยู่ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ (Risk Appetite) ทั้งนี้เพื่อให้ความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าองค์กรจะบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

 

  1. 2. คณะกรรมการชุดย่อย

 

  • โครงสร้างกรรมการบริษัทประกอบด้วยคณะกรรมการชุดย่อยจำนวน 4 ชุด คือ

 

  • คณะกรรมการตรวจสอบ

จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2541 ปัจจุบันประกอบด้วยกรรมการ 3 คน ดังรายชื่อต่อไปนี้

 

ลำดับชื่อ-นามสกุลตำแหน่ง
1.นายวินัย วามวาณิชย์ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
2.นายคาเรล วินค์กรรมการตรวจสอบ
3.นางกมลวรรณ วิปุลากรกรรมการตรวจสอบ
นางสาวดวงกมล วรุตมวงศ์เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ

หมายเหตุ: ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2564 นางกมลวรรณ วิปุลากร ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจสอบ

โดยอำนาจของคณะกรรมการบริษัท แทนนายอัศวิน คงสิริ ที่ลาออกไป โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป

 

ในปี 2563 คณะกรรมการตรวจสอบมีการประชุมจำนวน 4 ครั้ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้ระบุไว้ในกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบ และผลการประชุมแต่ละครั้งได้มีการรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทอีกทั้งมีการประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการ

 

คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจดำเนินการ ดังนี้

  1. สามารถเข้าถึงหรือขอเอกสารหรือข้อมูลของบริษัทในด้านต่างๆ ตามที่เห็นว่าเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติภารกิจจากกรรมการหรือฝ่ายจัดการของบริษัท
  2. จัดหาที่ปรึกษาจากภายนอก หรือผู้เชี่ยวชาญอิสระในการให้คำแนะนำ ปรึกษา หรือให้ความเห็นได้ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาว่าจำเป็น
  3. ไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการเกี่ยวกับสิ่งที่ตรวจพบและข้อเสนอแนะ

 

หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

  1. สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ
  2. สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และระบบการตรวจสอบภายใน(Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้างหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
  3. สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  4. พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วย อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  5. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผล และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท
  6. จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้
    • ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัท
    • ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัท
    • ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของ ตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
    • ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
    • ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    • จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
    • ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร (Charter)
    • รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
  7. กำกับดูแลกระบวนการบริหารความเสี่ยง
  8. กำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านคอร์รัปชั่น และพิจารณาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น
  9. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการของบริษัทมอบหมายด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ
  10. รายงานรายการหรือการกระทำอื่นใดที่มีนัยสำคัญที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควรต่อคณะกรรมการของบริษัท

 

  • คณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริหารจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 ประกอบด้วยกรรมการ 5 คน ดังรายชื่อต่อไปนี้

 

ลำดับชื่อ-นามสกุลตำแหน่ง
1.นายสดาวุธ เตชะอุบลประธานคณะกรรมการบริหาร
2.นายทอมมี่ เตชะอุบลกรรมการบริหาร
3.นางสาวประภา ปูรณโชติกรรมการบริหาร
4.ดร.โชคชัย อักษรนันท์กรรมการบริหาร
5.ดร.คุรุจิต นาครทรรพกรรมการบริหาร
นางสาวสุธาทิพย์ พิลาสรมย์เลขานุการคณะกรรมการบริหาร

อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ

  1. คณะกรรมการบริหารเป็นผู้กำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท ในการบริหารจัดการและกำหนดทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยจะนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้เป็นไปตามการรับรองการจดทะเบียนบริษัท กฎระเบียบข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  2. คณะกรรมการบริหารจะจัดทำรายงานการประชุมทุกครั้ง เพื่อนำเสนอข้อสรุปและการตัดสินใจเรื่องที่สำคัญ โดยจะนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งถัดไป เพื่อรับทราบและอนุมัติต่อไป
  3. คณะกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่ในการได้มาซึ่งความช่วยเหลือจากฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายบัญชี หรือ ผู้ให้คำปรึกษาอื่น ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร และมีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของผู้ให้คำปรึกษาจากภายนอก
  4. คณะกรรมการบริหารอาจมอบหมายหรือแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อดำเนินการแทนในกรณีจำเป็นตามที่เห็นสมควร
  5. คณะกรรมการบริหารจะต้องทบทวนหรือประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี

 

ในปี 2563 คณะกรรมการบริหารมีการประชุมจำนวน 11 ครั้ง และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท

  • คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2548 ปัจจุบันประกอบด้วยกรรมการ 3 คน ดังรายชื่อต่อไปนี้

 

ลำดับชื่อ-นามสกุลตำแหน่ง
1.นางกมลวรรณ วิปุลากรประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน – กรรมการอิสระ
2.นายสดาวุธ เตชะอุบลกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน – กรรมการ
3.นายวินัย วามวาณิชย์กรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน – กรรมการอิสระ
นางสาวสุธาทิพย์ พิลาสรมย์เลขานุการคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน

หมายเหตุ: ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2564 นางกมลวรรณ วิปุลากร ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธาน

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน โดยอำนาจของคณะกรรมการบริษัท แทนนายอัศวิน คงสิริ

ที่ลาออกไป โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป

ในปี 2563 คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนมีการประชุมจำนวน 2 ครั้ง และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท

ขอบเขตอำนาจหน้าที่

  1. กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูง
  2. กำหนดขั้นตอนในการพิจารณาและการประเมินผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูง
  3. พิจารณาสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัททดแทนกรรมการที่หมดวาระหรือลาออก
  4. พิจารณาเสนอแนะคณะกรรมการบริษัทในการจ้างที่ปรึกษาของคณะกรรมการบริษัทตามที่เห็นว่าจำเป็น
  5. พิจารณาเสนอแนะคณะกรรมการบริษัทถึงแผนการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ
  6. เสนอแนวทางและวิธีการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดต่างๆที่คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้ง รวมถึงผู้บริหารระดับสูง

  • คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2561 ปัจจุบันประกอบด้วยกรรมการ 5 คน ดังรายชื่อต่อไปนี้

ลำดับชื่อ-นามสกุลตำแหน่ง
1.ดร. โชคชัย อักษรนันท์ประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
2.นายทอมมี่ เตชะอุบลกรรมการบริหารความเสี่ยง
3.นางวีณา สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยากรรมการบริหารความเสี่ยง
4.นายบุญส่ง สำนึกกรรมการบริหารความเสี่ยง
5.นางสาวสุธาทิพย์ พิลาสรมย์กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

ในปี 2563 คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีการประชุมจำนวน 4 ครั้ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้ระบุไว้ ในกฎบัตรคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยผลการประชุมแต่ละครั้งได้มีการรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท

 

องค์ประกอบ

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงประกอบด้วยสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ท่าน ซึ่งประกอบด้วยกรรมการบริษัท 1 ท่าน ทำหน้าที่เป็นประธาน ส่วนกรรมการบริหารความเสี่ยงรายอื่นอาจเป็นกรรมการบริษัท หรือผู้บริหารของบริษัท หรือผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในอย่างเหมาะสม

 

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีอำนาจดำเนินการ ดังนี้

  1. กำกับดูแล และสนับสนุนให้มีการดำเนินงานด้านบริหารความเสี่ยงองค์กร สอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายทางธุรกิจ รวมถึงสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
  2. สามารถเข้าถึงหรือขอเอกสารข้อมูลของบริษัทในการประเมินความเสี่ยงตามที่เห็นว่าเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติภารกิจจากฝ่ายบริหารของบริษัท
  3. จัดให้มีคณะทำงานบริหารความเสี่ยง ตามที่คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเห็นสมควรได้

 

หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

  1. พิจารณานำเสนอกฎบัตรคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและกรอบการบริหารความเสี่ยง ให้แก่คณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติ
  2. พิจารณาเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงและมาตรการที่จะใช้ในการจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ และรายงานคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับผลการประเมินความเสี่ยงและแผนการจัดการความเสี่ยง
  3. กำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการทำการวิเคราะห์ ประเมิน และบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
  4. สอบทานรายงานการบริหารความเสี่ยง เพื่อติดตามความเสี่ยงที่มีสาระสำคัญ และดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีการจัดการความเสี่ยงอย่างเพียงพอและเหมาะสม
  5. มีเลขานุการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นผู้ประสานงานและสอบทานเพื่อให้มั่นใจได้ว่า บริษัทมีการระบุความเสี่ยง ประเมินความเสี่ยง และกำหนดแผนการจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้อย่างเหมาะสม
  6. จัดให้มีการประชุมเป็นประจำอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง เพื่อติดตามสถานะความเสี่ยงของบริษัท รวมถึงความคืบหน้าในการบริหารความเสี่ยงและสิ่งที่ต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้สอดคล้องกับกรอบการบริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้
  7. จัดทำรายงานการบริหารความเสี่ยงโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ

 

 

 

 

การเข้าร่วมประชุมของกรรมการบริษัทในการประชุมผู้ถือหุ้น และการประชุมของคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้

 

 

รายชื่อกรรมการ

(จำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุม/

จำนวนครั้งที่จัดประชุม)

การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบการประชุม

คณะกรรมการบริหาร

การประชุม

คณะกรรมการสรรหาและ

พิจารณาผลตอบแทน

การประชุม

คณะกรรมการบริหาร

ความเสี่ยง

การประชุม

ผู้ถือหุ้น

1. นายอาสา สารสิน1/1
2. นายสดาวุธ เตชะอุบล11/112/21/1
3. นายทอมมี่ เตชะอุบล11/114/41/1
4. นางสาวประภา ปูรณโชติ10/111/1
5. นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล0/1
6. นายคาเรล วินค์3/40/1
7. นายวินัย วามวาณิชย์4/42/21/1
8. นายอัศวิน คงสิริ 1)2/41/21/1
9. ดร. คุรุจิต นาครทรรพ11/111/1
10. ดร. โชคชัย อักษรนันท์11/114/41/1
11. นางกมลวรรณ วิปุลากร 2)

หมายเหตุ 1) นายอัศวิน คงสิริ ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564

2) นางกมลวรรณ วิปุลากร ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ และประธานกรรมการสรรหาและ

พิจารณาผลตอบแทนของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564

 

  • นายวินัย วามวาณิชย์ ประธานกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ เป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการ สอบทานงบการเงินของบริษัทฯ โดยมีประสบการณ์ในการสอบทานงบการเงิน ดังนี้

 

ปี ตำแหน่ง / บริษัท

2510 – 2511 Senior Auditor / Price Waterhouse & Co., Chartered Accountants

2506 – 2509 Audit & Accounting Clerk R.J. Oehr & Church, Chartered Accountants, Melbourne ประเทศออสเตรเลีย

 

 

 

 

 

  1. การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารระดับสูงสุด

 

  • กรรมการอิสระ

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนจะพิจารณาจากรายชื่อที่ถูกเสนอและคัดเลือกบุคคลผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมทั้งมีประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถที่จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ

 

คุณสมบัติกรรมการอิสระของบริษัทฯ

  1. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 5 ของทุนชำระแล้วของบริษัทฯ บริษัทในเครือ บริษัทร่วม หรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ให้นับรวมหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย
  2. เป็นกรรมการที่ไม่มีส่วนร่วมในการบริหารงานในบริษัทฯ บริษัทในเครือ บริษัทร่วม บริษัทที่เกี่ยวข้อง หรือ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ รวมทั้งไม่เป็นลูกจ้าง พนักงาน หรือที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำจากบริษัทฯ บริษัทในเครือ บริษัทร่วม บริษัทที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
  3. เป็นกรรมการที่ไม่มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งในด้านการเงินและ การบริหารงานของบริษัทฯ บริษัทในเครือ บริษัทร่วม หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ และรวมถึงไม่มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสียในลักษณะดังกล่าวในเวลา 1 ปี ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ ยกเว้นคณะกรรมการของบริษัทฯ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว เห็นว่าการเคยมีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสียนั้นจะไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่และ การให้ความเห็นที่เป็นอิสระของกรรมการอิสระ
  4. เป็นกรรมการที่ไม่ใช่เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องหรือญาติสนิทของผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
  5. เป็นกรรมการที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นตัวแทนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของกรรมการบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
  6. สามารถปฏิบัติหน้าที่และแสดงความเห็นหรือรายงานผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย จากคณะกรรมการของบริษัทฯ ได้โดยอิสระ ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ รวมทั้ง ผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือญาติสนิทของบุคคลดังกล่าว

 

(2) การสรรหากรรมการและผู้บริหารระดับสูงสุด

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน ประกอบด้วยกรรมการอิสระจำนวน 2 ราย และกรรมการ 1 รายมีหน้าที่รับผิดชอบในการพิจารณาคัดเลือกและกลั่นกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามข้อบังคับของบริษัทและเป็นผู้เสนอชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อให้ได้กรรมการมืออาชีพ และมีความหลากหลาย และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อขอความเห็นชอบจากกรรมการ จากนั้นจะนำเสนอรายชื่อกรรมการดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เป็นผู้เลือกตั้งกรรมการตามหลักเกณฑ์ต่อไป

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการเสนอชื่อกรรมการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ นอกจากนี้ ยังพิจารณากรรมการที่จะเสนอชื่อเพิ่มเติมจากทำเนียบกรรมการของสถาบันส่งเสริมกรรมการบริษัทไทย (IOD)

 

 

การเลือกตั้งกรรมการผ่านที่ประชุมผู้ถือหุ้น

 

ปัจจุบันการแต่งตั้งกรรมการของบริษัทฯแต่ละราย ต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการบริษัท มีหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

  1. ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง
  2. ผู้ถือหุ้นแต่ละคนต้องใช้คะแนนที่มีตาม (1) ทั้งหมด เลือกตั้งบุคคลเดียวหรือหลายคนเป็นกรรมการก็ได้ แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่คนใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้
  3. บุคคลที่ได้รับคะแนนสูงสุดตามลำดับลงมาเป็นผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น
  4. ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่จะพึงเลือกในครั้งนั้น ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

 

กรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเนื่องจากเหตุอื่นนอกจากการครบวาระออกจากตำแหน่งกรรมการให้คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเข้าเป็นกรรมการแทน ในการประชุมคณะกรรมการคราวถัดไป เว้นแต่วาระของกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งจะเหลือน้อยกว่า 2 เดือน โดยบุคคล ซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนจะอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน ทั้งนี้ มติการแต่งตั้งบุคคลเข้าเป็นกรรมการแทนดังกล่าว ต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนกรรมการที่ยังเหลืออยู่

 

ณ ปัจจุบัน คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการอิสระจำนวน 5 คน และกรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 2 คน

 

(3) แผนการสืบทอดตำแหน่งงานผู้บริหาร

 

คณะกรรมการได้กำหนดแผนในการทดแทนตำแหน่งงาน (Succession Plan) ในระดับบริหาร และตำแหน่งงานในสายงานหลัก โดยพิจารณาจากความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัทและธุรกิจของบริษัท ประสบการณ์ ผลการปฏิบัติงานขีดความสามารถ (Competency) ศักยภาพ และความพร้อมของแต่ละบุคคลเป็นหลัก ทั้งนี้ บริษัทฯ จัดให้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับบุคคลที่เป็น Successor ในการพัฒนาความรู้ความสามารถ และทักษะ ที่จำเป็นตามตำแหน่งงาน เพื่อสืบทอดงานในกรณีที่กรรมการผู้จัดการหรือผู้บริหารในตำแหน่งสำคัญไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ (เช่น เกษียณอายุ ลาออก โยกย้ายตำแหน่งงาน เป็นต้น)

 

สำหรับผู้บริหารที่ได้รับการกำหนดให้เป็นบุคลากรที่จะสืบทอดตำแหน่งงาน นอกจากจะต้องเป็นผู้ที่พร้อมด้วยคุณสมบัติและประสบการณ์การทำงานในสายงานที่เหมาะสมแล้ว ยังต้องได้รับการถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ ด้วยการหมุนเวียนปฏิบัติงานในหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ต้องพัฒนาทักษะการบริหารจัดการ บุคลิกภาพ และพฤติกรรม การทำงานร่วมกับผู้อื่น ตามค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรการฝึกอบรมที่จำเป็นเพิ่มเติม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นในอนาคต และเพื่อให้มีการส่งมอบงาน เป็นไปอย่างราบรื่นและเพื่อการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง

 

  1. การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม

 

กรณีบริษัทย่อย บริษัทฯ จะส่งผู้บริหารของบริษัทฯ เข้าไปเป็นกรรมการเพื่อกำกับการบริหารงานในบริษัทย่อย ในจำนวนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการของบริษัทย่อยเป็นไปตามนโยบายของบริษัทฯ

 

กรณีบริษัทร่วม บริษัทฯ จะส่งผู้บริหารของบริษัทฯ เข้าไปเป็นตัวแทนในคณะกรรมการบริษัทร่วมตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ สำหรับการกำกับควบคุมบริษัทร่วมนั้น กรรมการในฐานะตัวแทนของบริษัทฯ จะต้องรับนโยบายจากบริษัทฯ ก่อน

 

  1. การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน

 

บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลภายใน ทั้งในด้านความเท่าเทียมกัน และการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ถูกต้อง โดยบริษัทฯ ได้มีการดำเนินการ ดังนี้

  1. มีการกำหนดมาตรการการป้องกันข้อมูลและทรัพย์สิน ในหนังสือจรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจ ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการแจกหนังสือเล่มดังกล่าวให้แก่พนักงานทุกคน
  2. มีการจัดทำหนังสือสัญญารักษาความลับของพนักงานรายบุคคล โดยมีการระบุถึงการห้ามพนักงานไม่ให้ นำข้อมูล หรือความลับของบริษัทฯ ไปเปิดเผยหรือใช้ข้อมูลในทางที่ไม่ถูกต้อง
  3. มีการกำหนดนโยบายและวิธีการดูแลไม่ให้ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องนำข้อมูลภายในของบริษัทฯ ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน ก่อนที่บริษัทฯ จะประกาศผลการดำเนินงาน โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับต้องไม่ใช้ข้อมูลภายในของบริษัทฯ ที่มีสาระสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ที่ยังมิได้เปิดเผยต่อสาธารณชนหรือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ อันนำมาซึ่งผลประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น นอกจากนั้น บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายให้บุคคลดังกล่าวหลีกเลี่ยงหรืองดการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วงเวลา2 สัปดาห์ ก่อนถึงวันสุดท้ายที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดให้ส่งงบการเงิน และไม่ซื้อขายหลักทรัพย์ ของบริษัทฯ จนกว่าจะพ้นระยะเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลนั้น

  1. ค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี

 

  1. ค่าตอบแทนจากการสอบบัญชี (Audit Fee)

 

บริษัทฯและบริษัทย่อย จ่ายค่าตอบแทนการสอบบัญชีให้แก่สำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัด บุคคล หรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชี และสำนักงานสอบบัญชีในรอบปีที่ผ่านมา มีจำนวนเงินรวม 2,537,000 บาท

 

ทั้งนี้ บริษัทที่เป็นสำนักงานสอบบัญชีและผู้สอบบัญชีไม่มีความสัมพันธ์ หรือส่วนได้เสียใดๆกับบริษัทฯ บริษัทย่อย ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว

 

ปี 2563 ปี 2562

 

รวมค่าสอบบัญชีของบริษัทฯ และบริษัทย่อยทั้งหมด 2,537,000 บาท 2,700,00 บาท

 

  1. ค่าบริการอื่นๆ (Non-Audit Fee)

 

บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีนโยบายทั่วไปที่จะไม่ใช้บริการงานอื่นๆ ของสำนักงานสอบบัญชีของบริษัทฯ หรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ

  1. การนำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 (CG Code) ไปปรับใช้

 

คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาและทบทวนนำหลักปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สำหรับบริษัท จดทะเบียน ปี 2560 (CG Code) ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ไปปรับใช้ตามบริบท ทางธุรกิจของบริษัทฯแล้วเท่าที่จะทำได้ ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 05-2563 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 สำหรับหลักปฏิบัติที่ยังไม่สามารถหรือยังมิได้นำไปปรับใช้ จะได้จัดให้มีแผนพัฒนาและติดตามดูแลให้มีการดำเนินการต่อไป

 

  1. การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในเรื่องอื่นๆ

 

หมวดที่ 1 สิทธิของผู้ถือหุ้น

 

บริษัทฯ ได้จัดประชุมผู้ถือหุ้นโดยปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน และได้กำหนดให้มีขั้นตอนการประชุมผู้ถือหุ้นและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

ในปี 2563 บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้น 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 เป็นการประชุมสามัญประจำปี 2563 จัดขึ้นที่โรงแรมบลิสตัน สุวรรณ พาร์ค วิว กรุงเทพมหานคร และบริษัทฯ ได้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมฯ พร้อมทั้งข้อมูลประกอบ การประชุมตามวาระต่างๆ ให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม โดยแต่ละวาระมีความเห็นของคณะกรรมการประกอบ และมีการบันทึกการประชุมอย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้บริษัทฯได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเสนอวาระและเสนอรายชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการบริษัทในที่ประชุมสามัญประจำปีเป็นการล่วงหน้า โดยประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทฯ และแจ้งผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทฯ ได้อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยจัดประชุมในสถานที่ที่เหมาะสมและเปิดโอกาสให้สิทธิผู้ถือหุ้นในการมอบฉันทะในกรณีที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ การประชุผู้ถือหุ้นไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นสามารถส่งคำถามที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯได้ทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น

 

 

ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 มีกรรมการเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 8 คน (ซึ่งได้รวมประธานกรรมการ ประธานคณะกรรมการบริหาร ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน และประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง) โดยประธานในที่ประชุมได้เชิญชวนให้ผู้ถือหุ้นสอบถาม และแสดง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ รวมทั้งได้บันทึกประเด็นซักถามและข้อคิดเห็นที่สำคัญในรายงานการประชุมด้วยแล้ว

 

นอกเหนือจากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีแล้ว หากมีความจำเป็นต้องเสนอวาระพิเศษเป็นกรณีเร่งด่วน ซึ่งกระทบหรือเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น หรือเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขหรือกฎระเบียบของทางราชการซึ่งต้องเสนอขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทฯจะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเป็นกรณีๆไป

 

หมวดที่ 2 การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

 

บริษัทฯ ได้จัดประชุมผู้ถือหุ้นโดยปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยหุ้นแต่ละหุ้นมีสิทธิออกเสียงหนึ่งเสียงและได้กำหนดให้มีขั้นตอนการประชุมผู้ถือหุ้น และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุม ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะได้

 

เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ คณะกรรมการบริษัทได้ดูแลอย่างรอบคอบเมื่อเกิดรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมทั้งกำหนดนโยบายและวิธีการดูแลไม่ให้ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องนำข้อมูลภายในของบริษัทฯ ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน บริษัทฯ ได้มีการสรุปรายงานการถือหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ของกรรมการบริษัทและของผู้บริหาร เพื่อควบคุมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายในเพื่อหาประโยชน์อันมิพึงจะได้ อนึ่ง บริษัทฯ ได้มีการกำหนดนโยบายให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ หลีกเลี่ยงหรืองดการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ ก่อนถึงวันสุดท้ายที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดให้ส่งงบการเงิน และไม่ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ จนกว่าจะพ้นระยะเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลนั้น สำหรับกรณีที่มีการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่ในการตรวจสอบการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการขัดแย้งทางผลประโยชน์เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทฯ บริษัทฯได้มีการเปิดเผยข้อมูลรวมทั้งรายงานความเห็นของคณะกรรมการเกี่ยวกับการทำรายการให้แก่ผู้ถือหุ้นทราบตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หมวดที่ 3 บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

 

พันธกิจองค์กร

บริษัทฯ พีดีไอมุ่งมั่นเป็นผู้นำการพัฒนา ขับเคลื่อน และเติบโตในธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและสร้างความสมดุล เราสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดให้กับลูกค้า เคารพต่อพนักงานของเรา ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนชุมชนท้องถิ่นที่เราเข้าไปดำเนินการ และให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดแก่ผู้ถือหุ้นของเรา

(อยู่ระหว่างทบทวนพันธกิจองค์กรให้ครอบคุลมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์)

พันธะต่อลูกค้า

บริษัทฯ สร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดให้กับลูกค้า โดยส่งมอบสินค้า/บริการที่มีคุณภาพ และตรงต่อเวลา ทำการค้า อย่างมีจรรยาบรรณ และปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

 

พันธะต่อพนักงาน

บริษัทฯ เคารพต่อพนักงานของเรา โดยมีนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นธรรมสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัท มีความมั่นคงในงานและโอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและมีความปลอดภัย

 

พันธะต่อคู่ค้า ชุมชน และสังคม

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจร่วมกับคู่ค้าอย่างเป็นธรรม เสมอภาค และรับผิดชอบต่อเจ้าหนี้ มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ที่เป็นจริงและรวดเร็ว มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน อีกทั้งดำเนินธุรกิจด้วยความปลอดภัยและปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างดีที่สุด

 

พันธะต่อเจ้าหนี้

บริษัทฯ ปฏิบัติอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ไม่เรียกรับ หรือให้ผลประโยชน์ใดๆ นอกเหนือจากผลประโยชน์ตามข้อตกลงทางการค้า และไม่มีส่วนร่วม ในกิจกรรมของคู่ค้า อันขัดต่อผลประโยชน์หรืออาจก่อความเสียหายแก่บริษัทฯ

 

บริษัทฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไข สัญญา และข้อตกลงที่ทำกับคู่ค้าและเจ้าหนี้อย่างเคร่งครัด หากมีกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อตกลงในกรณีใดได้ หรือมีเหตุจำเป็นให้ต้องเลื่อนการชำระหนี้ บริษัทฯ จะรีบแจ้งให้คู่ค้าและเจ้าหนี้ทราบล่วงหน้า เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขทันที

 

พันธะต่อผู้ถือหุ้น

บริษัทฯ เคารพสิทธิของผู้ถือหุ้นและปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่และรายย่อยอย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งดำเนินกิจการให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ให้ผลตอบแทนการลงทุนอย่างเป็นธรรมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว สร้างธุรกิจให้เติบโต และมีความโปร่งใสในการบริหารจัดการ

 

การบริหารจัดการทุน

นโยบายของบริษัท คือ การรักษาระดับเงินทุนให้มั่นคงเพื่อรักษานักลงทุน เจ้าหนี้ และความเชื่อมั่นของตลาด และก่อให้เกิดการพัฒนาของธุรกิจในอนาคต คณะกรรมการได้มีการกำกับดูแลผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งบริษัทฯ พิจารณาจากสัดส่วนของผลตอบแทนจากกิจกรรมดำเนินงานต่อส่วนของเจ้าของรวม ซึ่งไม่รวมส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม อีกทั้งยังกำกับดูแลการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น

 

อนึ่ง ข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากรายงานความรับผิดชอบ ต่อสังคม

หมวดที่ 4 การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

 

บริษัทฯ มีปรัชญาที่จะดำเนินธุรกิจอย่างซื่อสัตย์ สุจริต ถูกต้อง และมีจริยธรรม โดยมีวัตถุประสงค์และพันธะต่อฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง คือ ต่อคู่ค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ชุมชน และประเทศชาติ ได้กำหนดจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติของพนักงานขึ้นเป็นจรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจ (Code of Conduct) เพื่อให้พนักงานยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของบริษัทฯ

 

บริษัทฯ มั่นใจว่าข้อมูลสำคัญของบริษัทฯ รวมถึงรายงานทางการเงินและข้อมูลอื่นๆ ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ได้ถูกเปิดเผยตามช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทันเวลาและโปร่งใสนอกเหนือจากนั้นข้อมูลทางการเงิน ข้อมูล 56-1 และรายงานประจำปี ยังได้รับการเปิดเผยในเว็บไซต์ของบริษัทฯ อีกด้วย

 

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และ ทั่วถึง ทั้งรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไป ตลอดจนข้อมูลที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทฯ โดยได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ดังกล่าวเพื่อให้ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ ทั้งโดยผ่านช่องทางและสื่อการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเว็บไซต์ของบริษัทฯ

 

ในส่วนของงานด้านผู้ลงทุนสัมพันธ์นั้น บริษัทฯ ยังได้แต่งตั้งบุคลากรเพื่อดูแลงานด้านผู้ลงทุนสัมพันธ์ ขึ้นโดยเฉพาะ ผู้ลงทุนทั่วไปสามารถติดต่อขอทราบข้อมูลบริษัทฯ ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2695 9409 หรือ เว็บไซต์ www.watrongkhun.org หรือ E-mail : [email protected]

 

บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญต่อระบบการควบคุมภายในทั้งระดับบริหารและระดับปฏิบัติงาน มีการจัดทำคู่มืออำนาจดำเนินการของบริษัทฯ มีหน่วยงานตรวจสอบภายในที่เป็นอิสระ รายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลและสามารถทำการตรวจสอบได้อย่างเหมาะสม

 

บริษัทฯ ได้ประกาศเจตนารมณ์เข้าเป็นหนึ่งในแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption หรือ CAC) และผ่านการรับรองจากคณะกรรมการ CAC ในวันที่ 9 มีนาคม 2560 และจะต้องดำเนินการขอรับรองทุกๆ 3 ปี ซึ่งทางบริษัทฯ ได้มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (CAC) อย่างต่อเนื่องส่งผลให้บริษัทฯได้รับรองการเป็นสมาชิก CAC อีกครั้งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดให้มีช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ และการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยสามารถส่งผ่านไปที่เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบหรือ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบที่ E-mail: [email protected] ข้อมูลทุกอย่างที่ได้รับจะเป็นความลับ และจะทำการตรวจสอบตามขั้นตอนทันที

 

 

หมวดที่ 5 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัทฯ ตลอดจนมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวัง รักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ นอกจากนั้น คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ กลยุทธ์ เป้าหมาย แผนธุรกิจ และงบประมาณของบริษัทฯ ตลอดจนกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อเพิ่มมูลค่า ทางเศรษฐกิจสูงสุดให้แก่กิจการอีกทั้งความมั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น

 

การถ่วงดุลของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ในหลากหลายสาขาของธุรกิจ จำนวน 10 คน ณ สิ้นปี 2563 ดังนี้

  1. กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 2 คน
  2. กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร 8 คน

2.1 ประกอบด้วยกรรมการที่เป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 คน

– บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 2 คน

– กระทรวงการคลัง 1 คน

2.2 กรรมการอิสระ 5 คน โดย 3 คน เป็นกรรมการตรวจสอบ

 

การรวมหรือแยกตำแหน่ง

ประธานกรรมการบริษัทไม่เป็นบุคคลเดียวกันกับกรรมการผู้จัดการ เพื่อเป็นการแบ่งแยกหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลและการบริหารงานประจำ นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารในแต่ละระดับไว้อย่างชัดเจน

 

การประเมินตนเองของคณะกรรมการ

 

โดยปกติคณะกรรมการบริษัทได้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเองทุกปี เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทร่วมกันพิจารณาผลงานและปัญหาเพื่อการปรับปรุงแก้ไขต่อไป และช่วยให้คณะกรรมการบริษัทได้มีการพิจารณาทบทวนผลงาน ประเด็น และอุปสรรคต่างๆ ในระหว่างปีที่ผ่านมา และเพิ่มประสิทธิผลการทำงานของคณะกรรมการบริษัท ปัจจุบันการประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัทเป็นการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะ ซึ่งแบบประเมินผลการปฏิบัติงานที่กำหนดจะสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการและหน้าที่ความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้ผลการประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัทในปี 2563 จะถูกแจกจ่ายให้คณะกรรมการบริษัททุกท่านทราบและนำไปพัฒนาตนเองในปี 2564

 

 

การประเมินผลงานประจำปีของกรรมการผู้จัดการ

 

บริษัทฯมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการเป็นประจำทุกปี เพื่อพิจารณาทบทวนผลงาน ประเด็น และอุปสรรคต่างๆ ในระหว่างปีที่ผ่านมา และเพิ่มประสิทธิผลการทำงานของกรรมการผู้จัดการ ปัจจุบันคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน เป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการ และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณารับทราบ

 

การปฐมนิเทศกรรมการใหม่และการเข้าร่วมสัมมนาของกรรมการ

ส่วนเลขานุการคณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่จัดเตรียมข้อมูลทั่วไป และให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อที่ว่ากรรมการใหม่จะได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ กฎ ระเบียบ และความต้องการต่างๆ ของสำนักงาน กลต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ทันต่อเหตุการณ์ หรืออาจจัดให้มีการนำกรรมการใหม่ซึ่งต้องการทราบข้อมูลการดำเนินงานในรายละเอียดเข้าเยี่ยมชมกิจการของบริษัทฯ

 

นอกจากนี้ เพื่อให้กรรมการของบริษัทฯ ได้รับทราบกฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับ ตลอดจนกฎหมายใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนได้ทันต่อเหตุการณ์ กรรมการบริษัทได้รับการส่งเสริมให้เข้าทบทวนและสัมมนา ในหลักสูตรที่จัดขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

 

ในปี 2563 มีกรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ เข้ารับการอบรมสัมมนา กับสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และสถาบันอื่น ดังนี้

ชื่อ-นามสกุลตำแหน่งหลักสูตร
1. นายวินัย วามวาณิชย์

 

· กรรมการอิสระ

· ประธานคณะกรรมการ

ตรวจสอบ

1. IT Governance and Cyber Resilience Program

(ITG) รุ่นที่ 14/2563 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการ

บริษัทไทย

2. นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล· กรรมการ1. Director Certification Program (DCP) รุ่นที่ 298

ปี 2563 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

2. Director Accreditation Program (DAP) รุ่นที่ 172

ปี 2563 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

3. ดร. คุรุจิต นาครทรรพ· กรรมการอิสระ

· กรรมการบริหาร

1. ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บยส.)

รุ่นที่ 24 ปี 2563 สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการ

และศาลยุติธรรม